2007/Apr/16


สงกรานต์ปีนี้ไปเที่ยวที่ปากช่องสามวัน อากาศดีอย่างเคย
บ้านที่ไปพักเป็นของคุณแม่ของเพื่อน เป็นบ้านไม้ผสมปูน
ที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ บ้านนี้ไม่มีสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นทางการ
มีเพียงแมวลูกสาม ที่มาอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งคุณแม่เจ้าของบ้าน
ก็ให้อาหารที่เหลือๆตอนเย็นด้วยความสงสาร...
และนี่คือที่มาของเรื่องนี้

วันที่ไปถึง เห็นคุณแม่บ่นว่าลูกแมวสีขาวหนึ่งในสามหายไป
เป็นวันแล้ว ถึงแม้ปกติจะดุว่ามันด้วยความรำคาญบ้าง
แต่พอมันหายไปก็คิดถึง...

จนวันรุ่งขึ้น คุณป้าที่อยู่ด้วยกันก็มาบอกว่า เจอเจ้าแมวสีขาวแล้ว
มันไปแอบอยู่ข้างบ้าน และตรงขามีแผลเดินไม่ได้ พอไปอุ้มมันมาดู
ก็พบว่าช่วงขาหลังมีรอยคล้ำๆเหมือนโดนอะไรทับ แต่ไม่มีเลือดมากนัก
ดูเหมือนขามันจะหัก เพราะมันเดินไม่ได้ แต่น่าแปลกที่มันไม่ค่อยร้อง
เวลาที่ไปโดนขามัน

ทุกคนลงความเห็นว่าจะพาไปพาหมอที่คลีนิกสัตวแพทย์แถวบ้าน
พอไปถึง หมอก็รับเจ้าแมว(ที่บัดนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า"เจ้าขาว"
เพราะต้องกรอกลงใบประวัติ) ไปตรวจในห้องซักพัก จากนั้นก็เรียก
พวกเราเข้าไป หมอมีสีหน้ากังวลก่อนจะบอกว่า สงสัยว่าเส้นประสาท
ส่วนล่างจะมีปัญหา เพราะลองเอาปากคีบหนีบแรงๆที่ขาหลัง แต่ไม่มี
อาการตอบสนองใดๆ เพื่อความแน่ใจหมอเลยเอาเจ้าขาวไปเอ็กซเรย์ดู
และก็เป็นจริง จากภาพเอกซเรย์กระดูกสันหลังมันเคลื่อนออกจากกัน
ตรงกลางลำตัว หมอคาดว่ามันคงโดนสุนัขใหญ่กัดแล้วสะบัด!!!
จนเส้นประสาทขาด ซึ่งจะผ่าตัดได้ผลดีถ้าทำภายใน 12 ชม.แรก
หลังจากเช็คแบบละเอียดอีกที หมอแนะนำว่าอาการแบบนี้ีมีสองทางเลือก
หนึ่งดูแลรักษามันไปตลอดอย่างใกล้ชิด เพราะมันจะใช้ได้แต่ขาหน้า
ลากตัวมันไป ซึ่งอาจเกิดแผลถลอก และกดทับ จนอาจลุกลามไปทั้งตัว
กินได้แต่อาหารเหลว และยังต้องช่วยมันถ่ายอุจจาระและปัสสาวะด้วย...
หรือสอง ฉีดยาให้มัน"หลับ"ไป...

คุณแม่ขอเอากลับมาดูอาการหนึ่งวัน

วันรุ่งขึ้นอาการของเจ้าขาวไม่ดีขึ้น แถมยังไม่ยอมกินอาหาร เลยตัดสินใจ
พามาหาหมออีกครั้ง ซึ่งหมอก็ยืนยันว่าควรจะให้มัน"หลับ"ไปจะได้ไม่ทรมาน
หลังจากปรึกษากันอีกที คุณแม่ก็ตัดสินใจให้มัน"หลับ"ไปในบ่ายวันนั้น...

ลูกแมวที่มาอาศัยอยู่และคอยเดินตามเพื่อรอคอยอาหาร บ่อยครั้งที่คุณแม่
ดุและไล่มันในหลายครั้งที่มันกระโดดขึ้นบนโต๊ะอาหาร แต่พอรู้ว่ามันจะ
มีชีวิตได้อีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง เราก็เห็นน้ำตาของคุณแม่ที่ไหลออกมาในวินาทีนั้น

เราเอาเจ้าขาวมาฝังไว้ที่บ้าน ใต้ต้นกระท้อน

หลายคำถามเกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังการตัดสินใจ...มันถูกต้องหรือไม่
ที่เราตัดสินใจแทนชีวิตๆหนึ่งว่าควรอยู่หรือไป? ถ้ามันพูดได้มันจะบอกว่าอะไร?
และ...นั่นเป็นความเมตตาหรือเป็นบาปกันแน่?

อย่างไรก็ตาม ภาพเจ้าขาวที่นอนขดตัวนิ่ง ก่อนจะกลบฝัง
ก็ดูสุขสบายเหมือนมันแค่หลับไป...ตลอดกาล
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เสียใจด้วยนะคะ ขอให้เจ้าขาวหลับให้สบายคะ
เป็นการตัดสินใจที่ลำบาก อยากจะรู้เหมือนกันว่า
ถ้าเค้ารู้ เค้าจะบอกว่าอะไร? เราคิดว่าการที่จะเอาใจเค้ามาใส่ใจเราก็แล้วคิดไปว่ามันน่าจะเป็นทางเลือกที่ถูกแล้ว เป็นเราก็คงไม่อยากอยู่แบบทรมาน เป็นเรื่องที่ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเราไม่ได้อยู่ในสถานการเดียวกันกับเค้า เราไม่ได้เป็นคนที่ถูกตัดสินให้ อยู่แบบพิการ หรือ ตาย
จะเมตตาหรือบาป
ความจริงก็คือ เราทำให้เค้าหลับไป โดยเป็นการตัดสินใจของเราเอง
#1  by  b le u (58.136.49.46) At 2007-04-19 01:37, 
อ่านแล้วร้องให้...
#2  by  garun At 2007-04-19 02:14, 
ไดเลมม่า

#3  by  goody At 2007-04-19 07:29, 
เฮ้อ...
คำตอบที่ถูกไม่มีหรอกพ้มว่า...
ถูกทั้งคู่และผิดทั้งคู่ก็ได้ทั้งนั้นล่ะ
#4  by  wesong At 2007-04-19 07:39, 
...
#5  by  (^_^)/nana At 2007-04-19 10:16, 
ผมเคยคิดมานานแล้ว ไอ้เรื่องเกี่ยวกับการพิพากษาความตายให้คนอื่นเนี่ย มันเป็นเรื่องที่โคตรหดหู่เลย
เป็นไปได้ว่าแมวตัวนั้นอาจจะอยากมีชีวิตอยู่
และเป็นไปได้ว่าคนเป็นอัมพาตที่ได้รับการดูแลอย่างดีอาจอยากจะตายๆให้มันจบๆไป

แต่พอมาคิดดู ไม่ว่าการที่คนที่พิพากษาจะจบชีวิตเพื่อให้สบาย หรือให้มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อความหวัง
ไม่ว่าจะทางไหนก็ล้วนแต่กระทำด้วยความหวังดีทั้งนั้น

ผมคิดว่าแมวตัวนั้นคงเข้าใจ

ปล.ผมเป็นคนปากช่องนะครับ แต่สงกรานต์ปีนี้ลมหอบพัดไปหัวหิน ไม่งั้นอาจจะได้ขอลายเซ็นต์พี่ก็ได้ โอ้ว
#6  by  E R R O R การ์ตูนขี้โม้ At 2007-04-19 18:00, 
แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่อึดค่ะ
#7  by  แมวงัวเงีย (61.19.95.120 /61.19.95.120, 61.19.95.120) At 2007-04-26 10:34, 

<< Home


SSShoutBox