Normal

"ผมรู้จัก Sin City ครั้งแรกจากภาพยนต์ แต่ผมตกหลุมรักมันหลังจากเห็นลายเส้นการ์ตูน" ....อนุญาติให้ไปอ้วกก่อนได้ครับ เป็นประโยคเปิดที่ลิเกไปหน่อย(ฮา) แต่ก็เป็นตามนั้นจริงๆ Sin City เป็นการ์ตูนของแฟรงก์ มิลเลอร์ นักเขียนการ์ตูนชื่อดังฝั่งอเมริกา ผมก็เคยได้ยินชื่อมาบ้าง อาจจะเคยเห็นลายเส้นมาบ้าง แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบลายเส้น การ์ตูนฝรั่งทั่วๆไปอยู่แล้ว คือมันละเอียดจริง เท่จริง แต่ไม่ค่อยมีอารมณ์อยู่ในนั้น แต่หลังจากดูหนัง Sin City แล้วก็สนใจลายเส้นต้นฉบับที่เขียนแบบขาวจัดดำจัด(จริงๆ) และเผอิญไปเห็นเล่ม 2 ที่เอเซียบุ๊คส์สั่งมา โอ้โห!!!ต้องใช้คำนี้จริงๆคือดูแล้วมันตื่นเต้นน่ะ เป็นลายเส้นที่อธิบายยาก ต้องเห็นจริงๆ คือดูๆไปเหมือนมั่วๆเขียนไปตามอารมณ์ แต่ก็เป็นการมั่วของคนที่ฝีมือถึงที่สุดแล้ว ถามว่ารู้ได้ไงว่าก็ต้องตอบว่า มันรู้สึกได้เองน่ะ

จริงๆสนพ.ของไทยที่พิมพ์การ์ตูนฝรั่งขายน่าจะลองซื้อมาพิมพ์นะ ผมว่ามันคล้ายๆ การ์ตูนญี่ปุ่นผสมฝรั่งที่ลงตัวมาก และพิมพ์เป็นขาวดำหมดด้วย(ยกเว้นเล่ม 4 มีแทรกสีเหลือง)

ตอนนี้นักเขียนการ์ตูนฝรั่งที่ผมชอบจริงๆมีสองสามคนคือ ไมก์ มิกโนล่า, อเล็กซ์ ร๊อส และล่าสุดก็แฟรงค์ มิลเลอร์นี่แหละ (แต่รูปสีของ Sin City นี่เข้าขั้นแย่เลยนะ...ไม่มีซะดีกว่า)

เมื่อวานหลังจากอ่าน Zetman เล่ม 2 จบ...อยากไปรื้อ Wingman มาอ่านอีกรอบซะงั้น! ทั้งๆที่ภาพก็พัฒนาไปมาก รายละเอียดสุดๆ แต่มันก็ดูขาดเสน่ห์แบบสมัยวิงแมนไป เนื้อเรื่องอ่านแล้วก็หนักๆแบบขัดใจตลอด ออกแนวเมโลดราม่า(หรือน้ำเน่านั่นเอง) ทุกอย่างพยายามจะบิวต์แต่ก็บิวต์(ผม)ไม่ขึ้นแฮะ...

มีศิลปิน นักเขียน นักร้องหลายๆคนที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของผลงานตั้งแต่ผลงานแรก แม้ว่าผลงานต่อๆมาจะทำได้มาตรฐาน หรือดูๆเหมือนดีขึ้น เนี๊ยบขึ้น แต่ไม่เคยสร้างความประทับใจได้เท่าผลงานแรกอีกเลย...
สำหรับผม คัทสุร่า มาซาคาซึ เป็นเช่นนั้น

Chowder เป็นเกม"ปลาใหญ่กินปลาเล็ก"ที่เล่นเพลินๆดูง่ายๆแต่ก็ยากเหมือนกัน วิธีเล่นก็แค่คุณรับบทเป็นปลา(สีน้ำเงิน)ที่ตอนเริ่มเกมจะตัวจิ๋วเดียว แล้วก็กินปลาที่เล็กกว่า(หรือเท่ากัน) ตัวก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ พอกินหมดก็จบฉาก แต่ต้องระวังไม่ให้ชนปลาใหญ่ ไม่งั้นขีดพลังก็จะลดลง ทีมทำเกมเป็นทีมเดียวกับที่ทำเกม Snood สนใจโหลดไปเล่นได้ที่นี่เลยครับ (ถึงไม่ register ก็เล่นได้แต่ไม่ครบทุกโหมด)
ดาวน์โหลด Chowder คลิก!
ไม่ได้จะเขียนถึงมนุษย์แปลงห้าสีพวกนั้นหรอก แต่รู้สึกว่า ถ้ามนุษย์(ในเมือง)ขาดไฟฟ้าไปดูเหมือนจะทำอะไรไม่ค่อยได้นะ คือตอนบ่ายที่บ้านไฟดับอ่ะ...กำลังเร่งปั่นงานเลย เซ็งจริงๆ หมู่บ้านที่ผมอยู่ก็ประหลาดนะ ดับได้ดับดี แต่พอมองไปที่ คอนโดใกล้ๆ ไฟยังมีใช้กันฮึ่มๆ เขาว่ามันคนละหม้อแปลงกัน

ที่จะบอกคือไฟฟ้ามันจากไปพร้อมความบันเทิงนะ ตอนนี้ที่นึกออกว่าจะทำอะไรรอไฟมาก็แค่หาหนังสืออ่าน แต่อากาศร้อนๆก็ไม่มีอารมณ์อีก นอกเหนือจากนั้นแล้ว สงสัยต้องออกจากบ้านแล้วล่ะ...

คิดๆไปเราก็ไม่ต่างกับ"เครื่องใช้ไฟฟ้า"เลยนะเนี่ย

OUT หรือชื่อไทยว่า"คดีฆ่าหั่นศพ" นวนิยายญี่ปุ่น แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์(เป็นนิยายญี่ปุ่นเรื่องแรกที่เข้ารอบสุดท้าย รางวัลเอ็ดการ์ อลันโป ที่แจกให้นิยายแนวอาชญากรรม) เรื่องนี้นั่งๆนอนๆอ่านมาเป็นเดือนๆแล้ว ค่อยๆอ่านทีละนิดทีละหน่อย อารมณ์จะประมาณบีบคั้นขึ้นทีละน้อยๆ และแค่เปิดเรื่องมา 4-5 หน้า แม่บ้านคนหนึ่งก็รัดคอฆ่าสามีตัวเองซะแล้ว และนี่ไม่ใช่สปอยล์ด้วย เพราะไม่ใช่ไคลแมกซ์ แล้วคิดดูสินิยายหนาขนาดนี้จะเขียนเรื่องอะไรต่อ??? อย่างที่บอกว่าเรื่องมันเข้มข้นขึ้นทีละน้อย มีตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย ตัวละครแต่ละตัวก็พัฒนากันไปตามทางตัวเอง อ่านแล้วลุ้นๆเรื่อยๆ (ต่างกับนิยายฝรั่งที่มักจะรู้สึกอยากอ่านให้จบไปเลย)

แต่ที่ตงิดๆคือสำนวนแปลของ คุณนพดล เวชสวัสดิ์นี่แหละ เพราะก่อนหน้านี้ ผมจะอ่านสำนวนแกมากๆจากนิยายของมูราคามิ จนคิดว่าสำนวนของแท้ ต้องประมาณนั้น ปรากฏว่าเรื่อง OUT ก็ใช้สำนวนเดียวกัน อ่านแล้วงงๆนึกว่า อ่านนิยายเล่มใหม่ของมูราคามิ (เคยเจอคุณ คมสัน นันทจิต ที่แปลเรื่องสั้น ของมูราคามิ ดูแกก็ไม่ชอบสำนวนของคุณนพดลเท่าไหร่ ส่วนผมก็ไม่มี ปัญหาอะไร ยกเว้นงงๆนี่แหละ)

ชอบอ่านนิยายแนวอาชญากรรมสืบสวน ก็หามาอ่านได้ครับ


SSShoutBox